วันอังคารที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2561

5อันดับนกที่บินเร็วที่สุดในโลก


 อันดับ1


          อันดับที่ 1 : Peregrine Falcon (Falco peregrinus) เหยี่ยวเพเรกริน ความเร็วที่ได้ 321-563 km/h หรือ (200-350 mph)  เป็นนกที่ทำความเร็วได้สูงที่สุดเมื่อพุ่งดิ่งลงจากที่สูง ถ้าบินระดับแนวนอนปกติ จะอยู่ที่ความเร็วประมาณ 80 ถึง 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ถ้าเจ้านกเหยี่ยวเพเรกรินดิ่งลงมาจากที่สูงสามารถทำความเร็วได้ถึง 89-57 เมตร/วินาทีเลยทีเดียว ซึ่งก็ไม่ง่ายนักที่จะพบเจอที่เจ้าเหยี่ยวตัวนี้พุ่งดิ่งลงมา
เป็นนกที่กระจายพันธุ์ได้กว้างไกลในหลายพื้นที่ของโลก ล่านกและสัตว์ต่าง ๆ กินเป็นอาหาร โดยเฉพาะนกพิราบ มีความแตกต่างกันออกไปของสีขนและลักษณะขน ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็นชนิดย่อยต่าง ๆ ได้ถึง 16 ชนิด แต่โดยทั่วไป ส่วนหัวและแถบหนวดดำตัดกับข้างแก้มและคอสีขาวเป็นแถบใหญ่ สำหรับในประเทศไทย ชนิดย่อย F. p. japonensis มีลำตัวด้านบนเทาเข้ม ลำตัวด้านล่างขาว อกมีลายจุดเล็ก ๆ ลำตัวด้านล่างมีลายละเอียดต่อกันตามขวาง ขณะบินปีกกว้าง ปลายมนกว่าชนิดอื่น ๆ ใต้ปีกขาวมีลายดำหนาแน่นที่ขนคลุมใต้ปีก ชนิดย่อย F. p. peregrinator ลำตัวด้านล่างแกมน้ำตาลแดง และชนิดย่อย F. p. ernesti พบในพื้นที่ภาคใต้ มีแก้มสีดำ หัวและลำตัวสีคล้ำมาก อกค่อนข้างเรียบ มีลายขวางหนาแน่นที่ท้องทำให้ลำตัวด้านล่างเป็นสีดำ
ขณะที่ยังเป็นวัยอ่อนมีลายขีดที่อกและท้อง ลำตัวด้านบนแกมน้ำตาลมากกว่านกเต็มวัย ในชนิดย่อย F. p. peregrinator อกและท้องลาย แซมด้วยสีน้ำตาลแดงถึงท้องด้านล่าง ในประเทศไทย มีถิ่นอาศัยในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ในบริเวณพื้นที่เปิดโล่ง, ชายฝั่งทะเล, หน้าผา หรือที่ราบถึงความสูง 2,565 เมตร จัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง โดยถือเป็นนกอพยพที่หายากชนิดหนึ่ง


อันดับ2


         อันดับที 2 : White-throated Needletail (Hirundapus caudacutus) นกแอ่นใหญ่คอขาว ความเร็วที่ได้170 km/h หรือ (105 mph) นกชนิดนี้เป็นนกที่ชอบบินค่อนข้างสูง มากกว่า 200 เมตรขึ้นไป ถิ่นอาศัยภาคเหนือตอนล่าง บึงบรเพ็ด ช่วงฤดูอพยพ และมักจะบินเป็นกลุ่มใหญ่ซึ่งจะใช้เสียงเป็นตัวช่วยเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการบินชนกัน "Whoosing" คนจำนวนมากเข้าใจว่า นกที่บินเร็วที่สุดในโลกคือเหยี่ยวเพเรกริน (Peregrine Falcon) ซึ่งเป็นนกป่าประจำสัปดาห์ล่าสุดที่ได้แนะนำไปในคอลัมน์ ความเข้าใจดังกล่าวไม่ถูกต้องเสียทีเดียวนะครับ เท่าที่มีการวัด เหยี่ยวปีกแหลมชนิดนี้เป็นนกที่บินเร็วที่สุดในแนวดิ่ง หรือพูดให้เห็นภาพคือการพุ่งตัวลงจับเหยื่อ ไม่ใช่การบินแนวราบขนานกับพื้นดินตามปกติ ว่ากันว่าเจ้าของสถิติตัวจริงในหมวดนี้น่าจะเป็นนกแอ่นใหญ่คอขาว (White-throated Needletail) ต่างหาก
นกแอ่นชนิดนี้เคยเป็นนกอพยพผ่านที่จัดว่าหายากในประเทศไทย เพราะมีรายงานการพบน้อยมากในอดีต แต่ปัจจุบันเป็นที่ทราบกันแล้วว่าหากอยากเห็นนกชนิดนี้ ตามจุดดูเหยี่ยวอพยพจะมีโอกาสพบได้มากที่สุด จากข้อมูลการนับนกอพยพลงใต้ผ่านเขาดินสอ จ.ชุมพร ในปี 2558 พบว่ามีนกแอ่นใหญ่คอขาวบินผ่านจุดนับเหยี่ยวนับพันตัวต่อฤดูกาลเลยทีเดียวนกแอ่นใหญ่คอขาวที่เขาดินสอในช่วงอพยพลงใต้นั้นสามารถพบได้ตั้งแต่ต้นเดือน ก.ย. แต่ช่วงที่ดูจะพบเป็นจำนวนมากที่สุดเห็นจะเป็นต้นเดือน พ.ย. โดยนกส่วนใหญ่ที่พบในช่วงต้นฤดูกาลคือชนิดย่อยหลัก (caudacutus) ที่อพยพมาจากตอนเหนือของเอเชีย ประชากรชนิดย่อยหลักของนกแอ่นใหญ่คอขาวนั้นส่วนใหญ่น่าจะอพยพไปอาศัยอยู่ในออสเตรเลียในช่วงฤดูหนาวของทางเหนือ ซึ่งตรงกับช่วงฤดูร้อนของออสเตรเลียพอดี
อีกชนิดย่อยหนึ่งของนกแอ่นใหญ่คอขาวที่ชื่อว่า nudipes ก็พบที่เขาดินสอได้เป็นจำนวนมากเช่นกัน ชนิดย่อยนี้ทำรังในแถบเทือกเขาหิมาลัย มีจุดจำแนกจากชนิดย่อยหลักคือสีบริเวณหัวตา (lores) ซึ่งของชนิดย่อยหลักจะเป็นสีขาวชัดเจน ในขณะที่ชนิดย่อยหิมาลัยมีหัวตาสีน้ำตาลเข้มเช่นเดียวกับสีของลำตัว นอกจากนี้ยังมีหลังสีเหลือบน้ำเงิน แทนที่จะเป็นสีเหลือบเขียวแบบชนิดย่อยหลัก ด้วยสีสันที่ต่างกัน และพื้นที่ทำรังวางไข่ที่ห่างไกลจากของชนิดย่อยหลักมาก ชนิดย่อยหิมาลัยจึงเคยถูกจัดเป็นชนิดย่อยของนกแอ่นใหญ่หัวตาดำ (Silver-backed Needletail) มาก่อน
ข้อมูลการอพยพตามฤดูกาลของชนิดย่อยหิมาลัยมีน้อยมาก แทบไม่มีรายงานการพบในช่วงนอกฤดูผสมพันธุ์ในที่ใดเลยนอกจากเขาดินสอ บางครั้งรวมฝูงเป็นหลักร้อยตัว โดยมีนกแอ่นใหญ่หัวตาดำ และนกแอ่นใหญ่หัวตาขาว (Brown-backed Needletail) ปะปนมาด้วย

อันดับ3


         อันดับที่ 3 : Red-breasted merganser (Mergus serrator) เป็ดปากยาวอกแดง ความเร็วที่ได้ 129 km/h หรือ (100 mph)


อันดับ4



          อันดับที่ 4 : White-rumped Swift (Apus caffer) นกแอ่นกินรังตะโพกขาว ความเร็วที่ได้ 129 km/h หรือ (80 mph) นกแอ่นกินรังตะโพกขาว มีสะโพกสีขาว ขนทางด้านใต้ท้องมีลายขวางสีดำสลับขาว หางเป็นแฉก มองเห็นได้อย่างชัดเจน นกนางแอ่น หรือนกอีแอ่น ผสมพันธุ์ปีละ 3 ครั้งในกลางเดือนมกราคม, ต้นเดือนพฤษภาคม, กลางเดือนสิงหาคม เมื่อผสมพันธุ์แล้วจะรีบทำรังทันที ออกไข่ครั้งละ 1-2 ฟอง กกไข่และเลี้ยงลูกจนรอดชีวิตในระยะเวลา 3 เดือน จากนั้นก็จะบินออกจากรังไปหาอาหารตั้งแต่ตีห้าไปจนพลบค่ำ พ่อและแม่นกสร้างรังด้วยน้ำลายเป็นสีขาวลักษณะเหมือนถ้วย นำหนักรังเฉลี่ย 8 กรัม ใช้เวลาสร้าง 30-45 วัน หลังสร้างรังเสร็จ จะผสมพันธุ์ในเวลากลางคืน หลังจากนั้น 5 วันจะเริ่มวางไข่ใบแรกและวันที่ 8 จะวางไข่ใบที่ 2 (ครั้งละ 2 ฟอง) น้ำหนัก 1.2 กรัม ไข่จะฟักในเวลา 21-29 วัน 1 สัปดาห์หลังจากการฟัก ขนจะเริ่มขึ้น และอายุ 2 สัปดาห์จะเริ่มเกาะรัง พ่อและแม่นกจะหาอาหารมาให้ จนลูกนกมีขนขึ้นเต็มเมื่ออายุ 45 วัน (อัตราการรอดของนกที่อาศัยตามถ้ำธรรมชาติ 20 % แต่อัตราการรอดของนกที่อาศัยตามบ้านนกหรือคอนโดนกมีถึง 64.4 % ) พร้อมเริ่มผสมพันธุ์ เมื่ออายุ 8 เดือนผสมพันธุ์ปีละประมาณ 3 ครั้ง มีชีวิตได้ถึง 12-15 ปี ถ้ามีการเก็บรังก่อนที่จะวางไข่ พ่อและแม่นกจะสร้างรังขึ้นใหม่และเลื่อนการวางไข่ออกไป (ใน 1 ปีจะได้รัง 2-3 รัง ต่อ 1 คู่) ตามความเชื่อของชาวม้ง ในตอนใต้ของจีน เชื่อว่านกนางแอ่นเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นมงคล และคู่นกนางแอ่นจะซื่อสัตย์ต่อกันไปจนวันตาย นำซึ่งความสุขมาสู่ชีวิตสมรสและชีวิตครอบครัว การมาถึงของนกนางแอ่นเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงฤดูกาลไถหว่าน โดยจะยินยอมให้นกนางแอ่นเข้ามาทำรังที่เพดานบ้านของตนได้ตามสบาย
ในกลุ่มชาติพันธุ์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีวิถีชีวิตผูกพันกับการเก็บรังนกนางแอ่นขาย มีความเชื่อคล้ายคลึงกันว่า นกนางแอ่นเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์เป็นเสมือนของขวัญหรือสิ่งประทานจากพระผู้เป็นเจ้า ชาวไทยมลายูที่นับถือศาสนาอิสลาม เชื่อว่านกนางแอ่นเกิดจากหยาดเหงื่อของผู้นำศาสนานบีอิบรอฮีม และเชื่อว่านกนางแอ่นเป็นสัตว์ที่สามารถให้คุณหรือให้โทษได้ ซึ่งสอดคล้องกับความเชื่อของชาวพื้นเมืองบนเกาะปาลาวัน ในประเทศฟิลิปปินส์ ในชวากลาง เชื่อว่า นกนางแอ่นเป็นสมบัติของเทพีนีโรโรดีคุล ในรัฐซาบาห์ ของมาเลเซีย เชื่อว่า นางนางแอ่นเป็นสิ่งที่ได้รับจากบรรพบุรุษและสถานที่ใดที่นกนางแอ่นเข้าไปทำรังก็เปรียบเสมือนกับผู้ที่เป็นเจ้าของได้รับพรจากพระอัลเลาะห์
นอกจากนี้แล้ว ผู้ที่มีอาชีพเก็บรังนก จะมีข้อห้ามหรือคำศัพท์เฉพาะสำหรับใช้ในการเก็บรังนก โดยจะให้ความเคารพต่อนกนางแอ่นและสถานที่ อันเป็นความเชื่อที่มีรากฐานมาจากความเชื่อดั่งเดิมในธรรมชาติและจิตวิญญาณ ซึ่งเป็นความเชื่อดั้งเดิมที่มีมาก่อนการถือกำเนิดของศาสนาเสียอีก


อันดับ5


          อันดับที 5 : Spur-winged goose (Plectropterus gambensis) ห่านดำหน้าแดงคอขาว ความเร็วที่ได้104 km/h หรือ (65 mph) ตัวผู้จะหนักที่ประมาณ 5.4 ถึง 6.8 kg ส่วนตัวเมียจะน้ำหนักอยู่ที่ ถึง 5.4 kg เป็นนกที่อันตรายมากที่สุดในตระกูลนกน้ำทั้งหมด โดย Paul Johnsgard ผู้ที่เชียวชาญทางด้านนกน้ำและชีววิทยา ถ้าใครได้สัมผัสขนนกจะทำให้เกิดอาการชา หรือเจ็บปวดได้




ที่มา https://www.gotoknow.org

5อันดับนกที่บินเร็วที่สุดในโลก

  อันดับ1           อันดับที่  1  : Peregrine Falcon (Falco peregrinus)  เหยี่ยวเพเรกริน   ความเร็วที่ได้ 321-563 km/h หรือ ( ...